Sponsored

วันจันทร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2552

สร้างตัวเองเป็นคนใหม่ใน 14 วัน

ใครที่เหน็ดเหนื่อยเมื้อยล้ากับการทำงานอยากลองเป็นการใช้ชีวิตใหม่ไม่ให้จำเจ ลองวิธีนี้สิค่ะ

สร้างตัวเองเป็นคนใหม่ใน 14 วัน

เริ่มรายการจาก อาหารกันก่อน

งดน้ำชา กาแฟ บุหรี่ใช้ดื่มน้ำชาสมุนไพรแทน

ถ้าคุณน้ำหนักเกิน 60 กิโลกรัม อาจทดลองเอา ท็อกซิน ออกจากตัวให้มากๆเสียหน่อย ด้วยการ :

วันแรก
งด
อาหาร แต่ควรจะดื่ม น้ำอาร์ซี หนึ่งแก้วตอนเช้ามืด เมื่อตื่นนอน แล้ว หลังจากนั้นประมาณ 2 ชั่วโมง ดื่มน้ำมะนาวสดๆคั้น 4 ลูก ต่อจากนั้นให้ดื่ม น้ำอาร์ซี.แทนอาหารเช้า กลางวัน เย็น ตลอดทั้งวันควรจะดื่มน้ำเปล่าให้ได้อย่าง น้อย 4 แก้วหรือมากกว่านั้ ควรเริ่มล้างของเก่าที่สะสมในร่างกายด้วยการ การล้างพิษ สำหรับท่านที่คิดว่ามีท็อกซินอยู่ในตัวมาก ก็น่าจะล้างพิษออกให้ครบอย่างน้อย 4 วิธี คือ วิธีสวนทวารในตอนเช้า วิธีอบ วิธีออกกำลังกาย และวิธีใช้เอนไซม์หรือสมุนไพร
การสวนทวารล้างพิษควรทดลองทำเสียก่อนตั้งแต่วันแรก ถ้ารู้สึกสบายตัว ให้ทำต่อไป อาทิตย์ละ 5 วัน เว้น 2 วัน (14 วันก็หมายความว่าทำดีท็อกซ์ 10 ครั้ง) แต่ถ้าไม่สบายตัว อึดอัด ไม่ควรทำต่อไป


วันที่ 2-3-4 เริ่มรับประทานอาหารตามสูตรชีวจิต โดยให้รับประทานอาหารอ่อนก่อน เช่น ข้าวต้มกับจับฉ่าย ระหว่าง 3 วันนี้ควรเป็นอาหารอ่อน ข้าว ผัก และเห็ด และเป็นอาหารรสธรรมชาติ ไม่ปรุงรสจัด น้ำตาล และรสหวาน ตลอด 3 วัน


วันที่ 5-6-7 รับประทานข้าวสวยหรือขนมปังโฮลวีทได้ แต่ก็ยังเป็นอาหารอ่อนอยู่ คือ ข้าวสวย ผัก และเห็ด


วันที่ 8-14 รับประทานอาหารตามสูตรชีวจิตได้เต็มที่ มีปลาหรืออาหารทะเลเพิ่มได้ 1-2 ครั้ง ดื่มน้ำคั้นจากผักหรือ น้ำเอนไซม์ เช่น น้ำแตงกวาสลับกับน้ำเซเลอรี่ ครั้งละ 1 แก้ว ตอนสายๆหรือ
บ่าย หลังอาหาร 2 ชั่วโมง


หลังจากวันที่ 4 อาจรับประทานวิตามินและแร่ธาตุเสริมก็ได้ ในกลุ่มแอนตี้ออกซิ
แดนท์ คือ วิตามิน A 10,000 I.U. วิตามิน C 1,000 m
g วิตามิน D 1,000 I.U. วิตามิน E 400 I.U. เซเลเนียม 50 ไมโครกรัม


ผู้ที่อายุเกิน 50 ขึ้นไป และอยู่ในเมืองใหญ่ๆซึ่งมีมลพิษมาก ควรเพิ่มวิตามิน และแร่ธาตุดังนี้ เลซิติน 1,200 mg จิงโกะ 60 mg สังกะสี 50 mg อีฟนิ่ง พริมโรส ออยล์ 500 mg (สำหรับผู้หญิง) วิตามิน B1 50 mg ร่างกาย

นอน 3 หรือ 4 ทุ่ม ตื่นตี 5 ทุกวัน หัดวิธีหลับสนิทจากชีวจิต เพื่อให้ “โกร๊ธ ฮอร์โม
น” หลั่งด้วย ถ้านอนหลับได้ สนิทอย่างนี้ วันละ 5 ชั่วโมงก็เหลือเฟือแล้ว ผ่อนคลายความเครียด ด้วยการทำ Relaxaion ออกกำลังกายทุกเช้า ด้วยวิธีไหนก็ได้ ขอให้ “โกร๊ธ ฮอร์โมน” หลั่งเป็นใช้ได้ คือ เหงื่อออกโทรม หัวใจเต้นแรง ชีพจนเต้นระหว่าง 100-120 ครั้งต่อนาที ทุกคืนก่อนนอน ขอให้ทบทวนการปฏิบัติตามข้อที่หนึ่ง ว่าทำไปแล้วอย่างไร ก้าวหน้า หรือถอยหลังไปกว่าเดิม วันต่อไปจะแก้ไขปรับปรุงอย่างไร สิ่งแวดล้อมในบ้านและที่ทำงาน

หาต้นไม้ ดอกไม้ ไม้ใบ (ต้นไม้จริง ไม่ใช่พลาสติก) วางไว้
ในบ้านและห้องทำงาน อย่าใช้พรมปูเต็มห้อง ถ้าจำเป็นต้องเอาพรมตากแดดทุกอาทิตย์ ให้ของใช้ในห้องนอน เช่น เตียง ผ้าคลุม หมอน ได้รับแสงแดดอย่างน้อยอาทิตย์ละ 3-4 ครั้ง เปิดหน้าต่างให้อากาศระบายทุกวัน ระวังยาฆ่าแมลง ให้ใช้น้อยที่สุด หรือไม่ใช้เลย วิถีชีวิตต้องให้เข้ากับธรรมชาติ ที่อยู่อาศัย อากาศโปร่ง การระบายน้ำและของ โสโครกต้องสะอาด น้ำต้องบริสุทธิ์ ชีวิตประจำวันเข้ากันได้ดีกับสิ่งแวดล้อม จิตใจ

ฝึกวิธีคิด วิธีทำใจเสียใหม่ วิธีคิดคือ การคิดในทางบวก ทำ
ใจให้เบิกบาน และใช้สติกับสมาธิกำกับใจอยู่ตลอดเวลา รักเพื่อนของท่านให้เท่ากับรักตัวเอง ทุกวันมีเพื่อนใหม่เพิ่มขึ้นอย่างน้อยหนึ่งคน ให้ความรักแก่เพื่อน แล้วคุณจะได้ความรักกลับคืนเป็นสองเท่า

มีวิธีทำน้ำอาร์ซีมาฝากสำหรับผู้ที่ต้องการทำน้ำอาร์ซีเองที่บ้านค่ะ

วิธีทำน้ำอาร์ซี

1. เริ่มจากนำข้าวเปลือกแข็ง ได้แก่ ข้าวสาลี ข้าวฟ่าง ข้าว บาร์เลย์ ลูกเดือย และลูกบัว อย่างละ 1 กำมือ ต้มกับน้ำ 2 ลิตร ต้มจนเดือด จาก นั้น...

2. ใส่ข้าวแข็งปานกลาง คือ ข้าวซ้อมมือ ข้าวเหนียวซ้อมมือ และข้าว แดง (ข้าวมันปู) อย่างละ 2 กำมือ ตามลงไป ต้มจนเดือดเป็นครั้งที่สอง และ...

3. ใส่ข้าวโอ๊ต 1 กำมือเป็นส่วนสุดท้าย แล้วปิดไฟทันที ปล่อยให้ข้าว ต่างๆนอนก้น ตักเอาแต่น้ำใสๆ ดื่มร้อนๆ อาจเติมจมูกข้าวสาลีและงาดำลงไปด้วย เพื่อเพิ่มคุณค่าและให้กลิ่นที่หอมน่าดื่มยิ่งขึ้น

การเก็บรักษา : เก็บใส่ในกระติกเก็บความร้อน

ระยะเวลาการเก็บ : ควรดื่มให้หมดภายในหนึ่งวัน หากมีรสเปรี้ยวควรเททิ้งไป สำหรับกากข้าวอาร์ซี. ให้เติมน้ำต้มต่อทำเป็นข้าวต้ม หรือจะหุงเป็นข้าวสวยก็ อร่อยเช่นกัน โดยเฉพาะถ้าเติมฟักทอง เผือก หรือมันเทศ หั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูก เต๋าลงไปด้วย จะทำให้ข้าวชามนี้อร่อยและมีคุณค่ามากยิ่งขึ้น


ขอให้ทุกท่านโชคดี สุขภาพแข็งแรงกันทุกคนนะค่ะ

วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2552

ฝึกสมองด้วย 9 เทคนิค

ฝึกสมองด้วย 9 เทคนิค
แนะนำการฝึกสมองให้เฉลียวฉลาดมากขึ้นค่ะ น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับทุกวัยไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ก็ต้องใช้สมองในการคิด วิเคราะห์เรื่องราวในชีวิตประจำวัน แต่อาจจะมีประโยชน์มากกว่าสำหรับใช้สมองจนอ่อนล้า เช่น น้องที่อยู่ในวัยเรียนและสำหรับคนทำงานที่ต้องใช้สมองมาก ลองนำเทคนิคต่างๆ เหล่านี้ไปใช้ดูนะค่ะ

1. จิบน้ำบ่อยๆ
สมอง ประกอบด้วยน้ำ 85 เปอร์เซ็นต์ เซลล์สมองก็เหมือนต้นไม้ที่ต้องการน้ำหล่อเลี้ยง ถ้าไม่มีน้ำ ต้นไม้ก็เหี่ยว ถ้าไม่อยากให้เซลล์สมองเหี่ยว ซึ่งส่งผลให้การส่งข้อมูลช้า กลายเป็นคนคิดช้าหรือคิดไม่ค่อยออก แต่ละวันจึงควรดื่มน้ำบ่อยๆ ประมาณวันละ 6-8 แก้ว

2. กินไขมันดี
คนไม่ค่อยรู้ว่าสมองคือก้อนไขมัน ซึ่งจำเป็นต้องมีไขมันดีไปทดแทนส่วนที่สึกหรอ แนะนำให้กินไขมันดีระหว่างวันจำพวกน้ำมันปลา สารสกัดใบแปะก๊วย ปลาที่มีไขมันดีอย่างปลาแซลมอน นมถั่วเหลือง วิตามินรวม น้ำมันพริมโรสเป็นน้ำมันดีที่ทำให้เซลล์ชุ่มน้ำ ส่วนวิตามินซี ได้จากผลไม้ต่างๆ มีมากในฝรั่งกินแล้วจะรู้สึกสดชื่นค่ะ

3. นั่งสมาธิวันละ 12 นาที
หลังจากตื่นนอนแล้ว ให้ตั้งสติและนั่งสมาธิทุกเช้า วันละ 12 นาที เพื่อให้สมองเข้าสู่ช่วงที่มีคลื่น Theta ซึ่งเป็นคลื่นที่ผ่อนคลายสุดๆ ทำให้สมองมี Mental Imagery สามารถจินตนาการเห็นภาพและมีความคิดสร้างสรรค์ (ถ้าทำไม่ได้ตอนเช้า ให้หัดทำก่อนนอนทุกวัน)

4. ใส่ความตั้งใจ
การตั้งใจในสิ่งใดก็ตาม เหมือนการโปรแกรมสมองว่านี่คือสิ่งที่ต้องเกิด ระหว่างวันสมองจะปรับพฤติกรรมเราให้ไปสู่เป้าหมายนั้น ทำให้ประสบความสำเร็จในสิ่งต่างๆเพราะสมองไม่แยกระหว่างสิ่งที่ทำจริงกับ สิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งสองอย่างจึงเป็นเสมือนสิ่งเดียวกัน

5. หัวเราะและยิ้มบ่อยๆ
ทุกครั้งที่ยิ้มหรือหัวเราะ จะมีสารเอนเดอร์ฟิน ซึ่งเป็นสารแห่งความสุขหลั่งออกมาเท่ากับเป็นการกระตุ้นให้มีความอยากรักและ หวังดีต่อคนอื่นไปเรื่อยๆ

6. เรียนรู้สิ่งใหม่ทุกวัน
สิ่งใหม่ในที่นี้หมายถึงสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เช่น กินอาหารร้านใหม่ๆ รู้จักเพื่อนใหม่ อ่านหนังสือเล่มใหม่คุยกับเพื่อนร่วมงานและเรียนรู้วิธีการทำงานของเขา ฯลฯเพราะการเรียนรู้สิ่งใหม่ทำให้สมองหลั่งสารเอนเดอร์ฟินและโดปามีน ซึ่งเป็นสารแห่งการเรียนรู้ กระตุ้นให้อยากเรียนรู้และสร้างสรรค์ไปเรื่อยๆ เมื่อมีความสุขก็ทำให้มีความคิดสร้างสรรค์

7. ให้อภัยตัวเองทุกวัน
ขณะที่การไม่ให้อภัยตัวเอง โกรธคนอื่น โกรธตัวเอง ทำให้เปลืองพลังงานสมอง การให้อภัยตัวเอง เป็นการลดภาระของสมอง

8. เขียนบันทึก Graceful Journal
ฝึกเขียนขอบคุณสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นแต่ละวันลงในสมุดบันทึกเช่น ขอบคุณที่มีครอบครัวที่ดี ขอบคุณที่มีสุขภาพดี ขอบคุณที่มีอาชีพที่ทำให้มีความสุข ฯลฯ เพราะการเขียนเรื่องดีๆ ทำให้สมองคิดเชิงบวก
พร้อมกับหลั่งสารเคมีที่ดีออกมา ช่วยให้หลับฝันดี ตื่นมาทำสมาธิได้ง่าย มีความคิดสร้างสรรค์

9. ฝึกหายใจลึกๆ
สมองใช้ออกซิเจน 20-25 เปอร์เซ็นต์ของออกซิเจนที่เข้าสู่ร่างกาย การฝึกหายใจเข้าลึกๆ จึงเป็นการส่งพลังงานที่ดีไปยังสมอง ควรนั่งหลังตรงเพื่อให้ออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายได้มากขึ้น ถ้านั่งทำงานนานๆ อาจหาเวลายืนหรือเดินยืดเส้นยืดสายเพื่อให้ปอดขยายใหญ่ สามารถหายใจเอาออกซิเจนเข้าปอดได้เพิ่มขึ้นอีก 20 เปอร์เซ็นต์

วันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

ช่วยกระตุ้นความจำ

คุณเคยเป็นไหม เวลาที่คุณรับเรื่องราวใหม่ๆ มาแค่อึดใจเดียวคุณก็ลืมมันเสียแล้ว และคุณยังต้องใช้ Memoryเป็นเครื่องช่วยจำตลอดเวลา และในทุกๆวันก็มีเรื่องใหม่ที่คุณจะต้องจดจำลงสมองอีกมากมายแล้วจะทำยังไงให้จดจำได้หมด และโชคร้ายที่เราไม่มีหน่วย จัดเก็บข้อมูลภายนอกอย่างที่คอมพิวเตอร์มีแต่ จากการศึกษาหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่าคนเราสามารถจะกระตุ้นหรือปรับปรุงความทรงจำให้ดีขึ้นได้

วิธีช่วยจำอย่างหนึ่งคือ ถ้าหากไม่อยากลืมสิ่งที่เรียนรู้ไปในวันนี้ จะต้องเข้านอนเสียก่อน การได้นอนสักพัก ประมาณ 90 นาที จะเป็นการช่วยบันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นในระหว่างวันขึ้นได้ และเมื่อคุณได้เข้านอนตอนกลางคืน สมองก็จะสร้างความทรงจำของเหตุการณ์ในวันนั้นขึ้น


และยังมีอีก10 วิธีเพิ่มความจำดีๆ มาให้เพื่อนได้อ่านกันอีกด้วยจากบล็อก 'SharpBrains (หัวแหลม / สมองไว)" แนะนำวิธีเพิ่มความจำดีๆ ไว้ 10 วิธีดังต่อไปนี้

(1). ออกกำลัง > การออกกำลังแบบแอโรบิค หรือออกกำลังต่อเนื่อง เช่น วิ่งเหยาะ(จอกกิ้ง) ฯลฯ นาน 20-30 นาที อย่างน้อย 2 ครั้งต่อสัปดาห์
(2). ฝึกคลายเครียด (relaxation) > การฝึกสมาธิ ไทเกก(ชี่กง-ไทจี้) โยคะ ซึ่งช่วยทำให้การหายใจเข้า-ออกช้าลงอย่างน้อยวันละ 10 นาที
(3). ฝึกแสดงความชื่นชม (appreciation / "แอพพรีชิเอ๊เชิ่น" ไม่ใช่ "อัปรีย์") > การแสดงความชื่นชมควรเน้นที่การกระทำ ไม่ว่าใครทำอะไรดีๆ ควรแสดงความชื่นชมเสมอ เพื่อฝึกการมองโลกในแง่ดี คนที่ต้องชื่นชมก่อนคนอื่นทั้งหมดคือ ชื่นชมตัวเราเองเวลาเราทำอะไรดีๆ และชื่นชมคนรอบข้าง
(4). หาเครือข่ายสังคม (social network) > เครือข่ายสังคมดีๆ ช่วยให้เรามองโลกในแง่ดี และช่วยเหลือเกื้อกูลกันไม่ว่าจะยามทุกข์หรือยามสุข จึงควรเลือกคบเพื่อนดีๆ ญาติดีๆ (ญาติเลวๆ มีคุณสมบัติคล้าย "พยาธิ" จะช่วยเหลือก็ได้ แต่ไม่ควรคบ) และเครือข่ายสังคมดีๆ เช่น เครือข่ายพวกเราบน Gotoknow ฯลฯ
(5). ใช้ปฏิทิน > วางแผนว่า จะทำอะไรก่อนหลังลงบนปฏิทิน อย่าปล่อยให้เรื่องวุ่นๆ รกสมองจนล้นทะลัก
(6). ลำดับความสำคัญ (list) > เขียนไปเลยว่า จะทำอะไรก่อน-หลัง(ตามความรีบด่วน) อะไรสำคัญ-ไม่สำคัญ แบ่งเป็น 4 ช่อง และเลือกทำสิ่งที่รีบด่วน+สำคัญก่อนเสมอ
(7). ให้รางวัลตัวเองบ้าง > เวลาเราทำอะไรดีๆ สำเร็จ ไม่ว่าจะมากหรือน้อย ควรฝึกให้รางวัลตัวเองบ้าง ผู้เขียนมักจะให้รางวัลตัวเองด้วยการกล่าว "สาธุ สาธุ สาธุ (บาลี = ดีละๆๆ)" กับตัวเอง หรือเดินเล่น (10-120 นาที)
(8). เลือกแต่สิ่งดีๆ (prioritize) > เวลาไปงานหรือพบปะคนมากๆ ไม่จำเป็นต้องจำคนทุกคนให้ได้ เช่น ถ้าพบคน 25 คน เลือกจำคนดีๆ ที่ควรคบ 5 คนก็พอ ฯลฯ
(9). นอนให้พอ > คนส่วนมากต้องการนอนวันละ 7 ชั่วโมง(แต่ละคนไม่เท่ากัน) ลองสังเกตดูว่า นอนเท่าไหร่ที่จะทำให้สดชื่น และไม่ง่วงตอนบ่ายๆ แต่อย่านอนเกินวันละ 9 ชั่วโมง... การนอนมากเกินทำให้อัตราตายจากโรคต่างๆ เพิ่มขึ้นได้
(10). ข่าวดีคือ ไม่มียาหรืออาหารเสริมที่ช่วยเพิ่มความจำได้ แม้แต่โสมก็ไม่ช่วย มีแต่ "ซองใส่ยา" หรือรองเท้าดีๆ สักคู่ ใส่มันเดินมากๆ วิ่งมากๆ ซองใส่ยานี้อาจช่วยให้ความจำดีขึ้นได้ในระยะยาว

การใช้สมองอย่างหนักกับความทรงจำระยะยาว อาจทำให้ต้องผจญกับความทรงจำที่มีต่อเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นได้ จากการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ล่าสุดหลายชิ้น พบว่าความทรงจำของแต่ละคนนั้น สามารถปรับปรุงหรือกระตุ้นให้ดีขึ้นได้ โดยอาศัยปัจจัยที่เกี่ยวข้องหลายอย่าง ได้แก่ การฟังดนตรี การปรับปรุงนิสัย และการคิดมองโลกอย่างเด็กๆ ก็มีส่วนช่วยได้ไม่น้อย

ลองทำกันดูน่ะค่ะ อาจจะช่วยได้บาง และการทำเป็นประจำสม่ำเสมออาจสามารถทำให้ความทรงจำของคุณกับมามีพลังขึ้นมาใหม่ได้อีก

วันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

กล่องนม

กล่องนม
หลังจากทานนมหมดแล้ว อย่าพึงทิ้งกล่องน่ะค่ะ คุณยังสามารถนำปใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้ก่อนที่จะทิ้ง
ก่อนอื่นมารู้จักกล่องนมกันดีกว่าค่ะว่ามีประเภทใดบ้าง

1. กล่องยูเอชที มีกระดาษ อะลูมิเนียมฟอยล์ และพลาสติก ประเภทโพลีเอททีลีน เป็นส่วนประกอบ ซึ่งช่วยให้ผลิตภัณฑ์ที่บรรจุ สามารถเก็บไว้ได้นาน โดยไม่ต้องแช่เย็น
2. กล่องพาสเจอไรซ์ มีส่วนประกอบเป็นกระดาษ และพลาสติก เท่า
นั้น จึงต้องแช่เย็น เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ที่บรรจุอยู่เก็บไว้ได้นาน

ลองมาดูกันว่า กล่องนมเปล่าจะนำไปทำอะไรได้บ้าง

ทำน้ำแข็งก้อน : ล้างกล่องนมให้สะอาด เติมน้ำให้เต็ม แล้วนำไแช่แข็ง หลังจากได้น้ำแข็งก้อนแล้วก็แค่ฉีดกล่องนมออกนำน้ำแข็งใส่กระติก คุณก็จะได้ดื่มน้ำเย็นๆ ตลอดวัน

ทำกล่องใส่ไม้หนีบผ้า : ไม้หนีบผ้าจะไม่หายกระจัดกระจายอีกต่อไป ตัดกล่องนมด้านบนออก เจาะรูไว้ที่ก้นใส่ดินสำหรับไม้กระถาง แล้วเพาะเมล็ดพืชลงดินตามคำแนะนำการปลูกของพืชชนิดนั้นๆ

กล่องเตรียมปุ๋ย : ตั้งกล่องนมเปล่าขนาดหนึ่งลิตรไว้ใกล้กับอ่างล้างจาน สำ
หรับเทเศษอาหารลงกล่องเพือรวมไว้ทำปุ๋ย

กระป๋องสีใช้แล้วทิ้ง : ถ้าคุณต้องการเพียงแค่ทาสีนิดหน่อย แต่ไม่อยากเก็บสีที่เหลือก้นประป๋องไว้ (แล้วก็ไม้อยากกระเตงถังสีใหญ่ด้วย) กล่องนมเปล่าช่วยคุณได้ ให้ตัดส่วนบนของกล่องนมออกเทสีในปริมาณที่ต้องการ หลังจากทาสีเสร็จแล้วก็ทิ้งกล่องนมลงถังขยะไปได้เลย

ทำเทียนลายสวย : วิธีทำเทียนลายสวยๆ เริ่มจากเคลือบกล่องนมด้วยน้ำมันพืช หย่อนไส้เทียนไว้ตรงกลางเทขี้ผึ้งเหลวนิดหน่อยเพื่อยึดไส้เทียนไว้ที่ก้นกล่องใส่น้ำแข็งก้อนลงไปตามด้วยขี้ผึ้งเหลวปิดท้ายปล่อยให้ขี้ผึ้งเย็นและแข็งตัว แล้วลอกกล่องนมออก ก้อนน้ำแข็งที่ละลายทำให้เกิดจะทำให้เกิดลายที่สวยงามในเนื้อเทียน
ข้อมูลบางส่วนจากหนังสือ ทำทุกอย่างได้ไม่ธรรมดาด้วยของใช้ในบ้าน

การรีไซเคิลกล่องนมให้กลายเป็นกระดาษ


http://mblog.manager.co.th/greenmblog/th-30383/

สุดท้ายนี้มีวิธีพับกล่องนมให้มีขนาดเล็ก
จากบล็อกของคุณ ชิวชิว


ดูเพิ่มเติมได้ที่ http://kengkadeng.exteen.com/20080911/entry



วันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

แนะนำสำนักฝึกมวย

สำนักฝึกมวยจีน - สำนักหงษ์ฟ้ามังกรพยัคฆ์


ขอแนะนำสถานที่ฝึกมวยหย่งชุนในกรุงเทพค่ะ สำนักหงษ์ฟ้ามังกรพยัคฆ์ ไปฝึกมาแล้วค่ะสนุกดี ที่สำนักมีสอนวิชามวยจีนหลายวิชาไม่ได้มีแต่หย่งชุน ได้ทั้งออกกำลังกายได้ทั้งศิลปะการป้องกันตัวคุ้มน่ะค่ะ ว่างๆ วันอาทิตย์ก็มาฝึกมวยกันได้ค่ะ มีคลิปวิดิโอ ตัวอย่างการฝึกมวยให้ดูกันตอนท้ายด้วยค่ะ ใครสนใจดูรายละเอียดตามนี้ค่ะ
  • ริหารร่างกายด้วยศิลปะมวยรําในการรักษาร่างกายและรักษาโรคภัยต่างๆ ด้วยวิชาโครงสร้าง ดั้งเดิม และสอนศิลปะป้องกันตัว โดยใช้หลักสรีระของร่างกาย
  • ใช้หลักวิทยาสาสตร์ หลักคณิตศาสตร์ หลักแพทย์ศึกษามาประกอบ
  • ในการฝึก(เป็นหลักกังฟูแท้ๆ) โดยเฉพาะเหมาะสําหรับ คุณผู้หญิง สาวๆ ฝึกแล้วหุ่นเพรียวสวย- ผิวพรรณสวย - ลดความอ้วน - รักษาโรคความดันสูง - ความดันตํา - โรคภูมิแพ้ - โรคโลหิตจางเวียนหัว - หน้ามืดบ่อยๆ - ปวดหัว - มือชา - ขาชา - ปวดเอว - ปวดเข่า - หอบเหนื่อยบ่อยๆ - และปวดตามเส้นเอ็นและข้อต่างๆ
  • เรียนแบบไม่เจ็บตัว - ไม่ทําให้ผิวฟกชําดําเขียว - ไม่ทําให้เสียบุคลิกภาพผู้หญิง สามารถใช้ได้อย่างดีและมีประสิทธิภาพ โดยใช้เวลาเรียนในระยะสั้นๆ ก็สามารถใช้ได้เลย จึงเหมาะสําหรับยุคสังคมในปัจจุบันซึ่งมีภัยคุกคาม เยอะ โดยเฉพาะ ผู้หญิง
  • ที่สําคัญมวยนี้เรียนแล้วไม่เหนื่อยมาก สนุกและใช้ ป้องกันตัวได้จริง เราจึงอยากให้คุณผู้หญิง ทั้งที่สนใจ หรือไม่สนใจแต่อยากจะมีสุขภาพ ดีและป้องกันตัวได้ในเวลายามขับขัน มีวิชาที่ดีไว้สําหรับปกป้องตนเอง และผู้คนรอบข้างที่เรารักได้
  • วิชานี้นิยมกันมากในต่างประเทศไม่ว่าจะเป็นประเทศสหรัฐ อเมริกา หรือ ประเทศที่ ตั้งทางทวีปยูโรปส่วนใหญ่ จะฝึกวิชานี้กัน ไม่ว่าจะเป็นเยอรมัน อังกฤษ เป็นต้น
  • วิชานี้เป็นวิชาที่บรูซลีเคยฝึกมาก่อน

เปิดสอนแยกเป็นสามหลัก
1) เรียนท่าบริหารเลือดลม หรือลมปราณ เพื่อรักษาโรคภัยต่างๆ จากภายใน
2) เรียนท่ารํามวยเส้น ให้หุ่นดีผิวพรรณสวย - ลดความอ้วน คล่องแคล้ว - ว่องไว - ใจเย็น ด้วยท่ารําที่สวยงาม และรักษาโรคภัยต่างๆในปัจจุบันได้
3) เรียนศิลปะป้องกันตัว ไม่ต้องใช้แรง ก็สามารถชนะผู้ชาย ได้ด้วยหลักสรีระของร่างกายและแรงใน


วิชาที่เปิดสอนมีดังนี้
1) ท่าบริหารเลือดลม และลมปราณ
2) มวย 1
8 อรหันต์ของ เส้าหลิน (แยกรําและใช้ป้องกันตัว)
3) มวยหย่งชุน ของ แม่ชี วู่เหมย (เรียนป้องกันตัว)
4) หมัดสายลม (เรียนให้มีพลังแข็งแกร่งและใช้)
5) มวยไท้เก็ก ซึ่งเป็นไท้เก็กสายตระกูลเฉินและหยางแต่รวมเป็นหนึ่ง ของดั้งเดิม ( แยกรําและใช้)
6) มวยแชะแต้ะ งูเขียว (เรียนรุกและรับ คร่องแคล้ว ว่องไว)
7) มวยปากั่วจ่าง (แยกรําและใช้)
8) ห
มัดตั้กแตนเจ็ดดาว (แยกรําและใช้)

อาวุธที่สอนมี
1) กระบี่
2) ดาบ
3) กระบอง
4) ไม้คู่
5) ทวน

สถานที่สอน
1) สวนลุมพินี (ในเกาะลอย)
พฤหัส 16.00-19.00, อาทิตย์ 9.30-12.00
2) เซ็นทรัลปาร์คพระราม 2 (กลางสวน)
สอนเฉพาะ อังคาร 18.00 - 20.00

ระเบียบการ
ค่าสมัคร 1000 บาท/คน ตลอดชีพ
ค่าเรียน ครั้งละ 200 บาท/คน

สอนโดย
อาจารย์ชาย หลิน ฟง
อาจารย์หญิง เพ้ง
ครู โต้

ลองเข้า เว็บบอร์ดสำนักหงษ์ฟ้ามังกรพยัคฆ์ เข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมหรือตั้งกระทู้ข้อสงสัยต่างๆได้ในเว็บบอร์ด

มวยหย่งชุน



มวย 18 อรหันต์ของ เส้าหลิน



หมัดตั้กแตนเจ็ดดาว



มวยไท้เก็ก